บทที่ 3 เปิดฉากดวลศัพท์ ทีมไทยแรงฤทธิ์
หลังจากที่งานเลี้ยงต้อนรับสุดยอดนักต่อศัพท์ระดับโลกกว่า 40 ชาติราว 100 คน ผ่านไป บรรยากาศความคึกคักเฮฮาจากงานเลี้ยง เริ่มเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบ แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของตัวอักษร คำศัพท์ กับตารางคะแนนที่บรรดานักต่อศัพท์จำนวนไม่น้อยเริ่มออกล่าหาคู่แข่งมาประลองฝีมือหยั่งเชิงกันในบริเวณ Lobby ของโรงแรม เซียนๆทั้งหลายก็เดินซุ่มไปมองกระดานโน้นทีนี้ที แล้วก็พูดซุบซิบกันไปมา บ้างก็กางตำราพจนานุกรมหาศัพท์ว่าตัวนั้นตัวนี้มีด้วยหรือฟะ ก็ว่าท่องมาทั้งเล่มครบหลายรอบแล้วนี่นา ไหงยังหลุดมาได้อีกแฮะ.. ขณะที่นักกีฬาไทยทั้ง ภาณุพล สัจยากร ปกรณ์ เนมิตรมานสุข และโกมล ปัญญาโสภณเลิศ รวมผู้ฝึกสอน ผู้จัดการทีม ต่างก็เดินทางไปสัมผัสบรรยากาศ และชมความงามยามค่ำคืนของเมืองกัวลาลัมเปอร์ โดยเฉพาะตึกแฝดที่สูงระฟ้า ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมที่นักกีฬาครอสเวิร์ดจำนวนไม่น้อยใช้การแข่งขันที่ต่างประเทศ รวมเข้ากับโปรแกรมท่องเที่ยวผจญภัยไปยังสถานที่ต่างๆทั่วโลก เรียกว่าสนุกกับเกม สนุกกับการเดินทางท่องเที่ยวไปด้วย สร้างสีสันให้กับชีวิต .. กัวลาลัมเปอร์แม้จะถูกมองว่ามีความเจริญกว่ากรุงเทพบ้านเราอยู่ แต่ก็ไม่มากนัก ยังมีปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันให้ปวดหัวกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนมาเลเซียเอง จะข้ามถนนแต่ละทีก็ดูจะไม่มีระเบียบเท่าไหร่แถมยังมีอันตรายในหลายจุด แท็กซี่ก็หายากในหลายๆจุด หลายเวลา หากเปรียบเทียบกับบ้านเรา ส่วนอาหารการกินอยู่ในเกณฑ์พอใช้ เมื่อเปรียบเทียบกับราคา ขณะที่รถราก็ติดบ้างไม่ติดบ้าง ดีกว่าบ้านเราแหงๆในเรื่องนี้ แต่มองแบบภาพรวมไม่คิดอะไรมากเกินไปแล้ว เมืองกัลลาลัมเปอร์ก็งดงามไม่เบา และมีความปลอดภัยสูงทีเดียว .. พอจบจากการพักผ่อนชมเมือง สามนักต่อศัพท์ไทยก็ขึ้นห้องเก็บตัว เปิดสมองท่องศัพท์ก็ยกใหญ่อีกครั้ง เป็นการฟิตศัพท์อัดเข้าสู่กระบวนความบันทึกในความทรงจำแบบเต็มๆ ที่น่าชมเชยในการทำหน้าที่ตัวแทนคนไทยในครั้งนี้เสียจริง หากใครเป็นคนนอกวงการคงไม่รู้ว่าจะเป็นท่องอย่างไร ก็ขอบอกกันไว้ตรงนี้ว่า คำศัพท์ที่ท่องกันจะเป็นคำศัพท์ที่กระจายเป็นตัวอักษรเรียงกันตั้งแต่ 7-8 ตัวอักษร แล้วบอกให้รู้ว่าเป็นคำอะไร ให้ผู้ท่องลองคิดว่าเป็นคำอะไร หากคิดไม่ออกก็จะมีเฉลยคำให้เห็น โดยจะเรียงตามความน่าจะเป็นที่เกิดของตัวอักษรให้อีกด้วย เบ็ดเสร็จคงท่องกันนับพันนับหมื่นคำเลยทีเดียว เพื่อจะให้เพียงพอต่อศึกครั้งใหญ่ ในวันรุ่ง ของการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7
เสียงปี่แตรดัง เสียงระฆังกังวาล ศึกครั้งใหญ่สุดยอดการประจัญบานควานหาคำศัพท์มาต่อสู้กำลังเปิดฉากขึ้น ขุนพลนักเล่นศัพท์ของอเมริกา นำโดย เจมส์ เครมเมอร์ จิม เกียรี่ อังกฤษ นำโดย มาร์ค ไนแมน อดีตแชมป์โลกที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนการแข่งขันว่าหากดูนักกีฬาจากชาติเอเชียแล้วเขายกให้ไทยมีโอกาสมากที่สุด อังกฤษยังมี แอนดรู เพอร์รี่ อลัน เซาดานา ฯลฯ และ แคนาดามี เดวิด บอย และโจเอล แวปนิค สองอดีตแชมป์โลก เฉพาะสามประเทศนี้ก็รวมกันกว่ายี่สิบคน ต่างเดินเชิดสมเป็นเต็งหนึ่ง และกลุ่มท๊อปเท็นของรายการอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อย้อนไปดูสถิติหกครั้งที่ผ่านมา ก็มีแต่สามชาตินี้ได้แชมป์และแทบจะหานักกีฬาจากชาติอื่นๆแทรกไปติดในท๊อปเท็นได้เลย จนถือกันไว้ว่าหากสักวันมีใครจากชาติอื่นๆโดยเฉพาะเอเชียเบียดลงไปได้เมื่อไหร่ ยิ่งหากเป็นตำแหน่งแชมป์โลกแล้ว เมื่อนั้นเราจะเรียกกันว่า "ปาฏิหาริย์" การแข่งขันจะประกบคู่แบบจับสลากในเกมแรก จากนั้นเป็นระบบสวิสต์แพริ่งแบบมาเลเซีย สามนักต่อศัพท์ไทยพบกับคู่แข่งในเกมแรก ภาณุพล พบกับฟิลิปปินส์ คาปูโล การแข่งขันวันแรก 8 เกม จากทั้งหมด 24 เกม เอาสองคนที่มีผลแข่งดีที่สุดเข้าชิงชนะเลิศ .. เกมเปิดฉากขึ้น นักกีฬาไทยทั้งสามคมเริ่มต้นช่วงแรกอย่างคึกคักราวกับขุนศึกออกรบ ท่ามกลางเหล่าฝรั่งมุงดูผลที่ผ่านไปแต่ละเกม บรรดาผู้ชนะรวดยังเกาะกลุ่มกันหลายๆคน โดยมากก็เป็นตามคาดที่เห็นชื่อของเซียนศัพท์แดนอินทรีย์อเมริกา กับสิงโต อังกฤษ และแคนาดา สายตาแต่ละคู่เริ่มออกเสียงสำเนียงอังกฤษแบบแปลกๆ เพราะรายชื่อของนักกีฬาไทยเริ่มอยู่ช่วงบนของตาราง เป็นที่รู้กันเพราะชื่อสกุลของคนไทยนั้นพอเขียนเป็นภาษาอังกฤษจะยาวสุดๆเมื่อเทียบกันชาติอื่นๆ และเมื่อเกมผ่านไปถึงช่วงเย็น เกมที่ 6 , 7 และ 8 เกมสุดท้ายของวัน ชื่อของภาณุพล สัจยากร เป็นคนเดียวที่หลงเหลืออยู่โดยปราศจากการพ่ายแพ้ เขาชนะรวด 8 เกมของวันแรก และภาณุพลยึดตำแหน่งจ่าฝูงของการแข่งขันเมื่อจบวันแรก นับเป็นครั้งแรกของนักกีฬาไทย เอเชีย ที่ขึ้นไปยึดจ่าฝูงสำเร็จแม้จะเป็นผลแข่งขันเพียงวันแรกก็ตาม ขณะที่ทั้งปกรณ์ และโกมล ต่างก็มีผลแข่งขันในกลุ่มต้นๆเช่นกัน ชนะ 6 แพ้ 2 บรรดาเซียนศัพท์ข้างกระดานต่างสะกดผิดๆถูกสำหรับชื่อนักกีฬาไทย ส่งเสียงวิจารณ์กันลั่นสนั่นห้องแข่งว่า ภาณุพลเป็นใครจากไหน ไหงโดดมานำได้อย่างไร ..พอมีผลนำวันแรกปุ๊ป ก็ดังปั๊ป เพราะหนังสือพิมพ์ที่มาลงไปทำข่าวผลการแข่งขันในวันแรกจะมารุมสัมภาษณ์นักกีฬาที่นำ ยิ่งเป็นคนเอเชียแล้ว ยิ่งทำให้มีการประโคมข่าวกันยกใหญ่ ทำให้วันรุ่งทั้งชื่อ Panupol and Thailand ก็ปรากฎหราเป็นตัวอักษรใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์หลายๆฉบับ ที่ต่างยกย่องให้ลองมาชมการแข่งขันในวันต่อๆมาอีกถึง 16 เกม และติดตามชมเขาจะทำสำเร็จไหม .. ติดตามตอนต่อไป